ปฏิเสธไม่ได้ว่าการเรียนเขียนโค้ดแค่ได้ยินคำว่าเขียนโค้ดก็ฟังดูเท่ บางคนถึงขั้นฝึกฝนด้วยตนเองเพื่อให้มีสกิลติดตัว จนอยากรู้เลยแหละว่าเขียนโปรแกรมทำอาชีพอะไรได้บ้าง เดี๋ยวเราจะพาไปหาคำตอบ
เขียนโปรแกรมทำอาชีพอะไรได้บ้าง
การเขียนโปรแกรมทำอาชีพอะไรได้บ้าง สามารถทำงานได้หลายสาย เช่น
- Software Tester
- Application Developer
- Programmer
- Software Engineer
- E-Commerce Developer
- Front end Developer
- Project Manager
จำเป็นต้องมีสกิลอะไรบ้าง
สำหรับการเขียนโปรแกรมจำเป็นต้องมีทั้ง Soft Skill และ Hard Skill โดยหลัก ๆ ประกอบไปด้วย
1. Soft Skill
- ทักษะในการสร้างมนุษยสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงาน เพราะการเขียนโปรแกรมจำเป็นต้องทำงานเป็นทีม
- ทักษะในการปรับตัว การเขียนโปรแกรมก็เปรียบเสมือนการทำธุรกิจที่ต้องพัฒนา เปลี่ยนแปลง และแก้ไขปัญหาอยู่ตลอดเวลา เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า หากไม่มีทักษะในการปรับตัวก็ยากจะอยู่ในวงการนี้ได้
- ทักษะในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ ยุคสมัยเปลี่ยนไปเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามา หากไม่มีทักษะในการประยุกต์ใช้ก็จะทำให้โปรแกรมที่ทำออกมาล้าสมัยและไม่ตอบโจทย์ความต้องการที่ควรจะเป็น
- ทักษะในการสื่อสาร ไม่ว่าจะเป็นสื่อสารกับคนในองค์กร สื่อสารกับเพื่อนร่วมงาน หรือแม้กระทั่งสื่อสารกับตัวเอง
- กล้ารับผิดชอบต่อปัญหา การเขียนโปรแกรมงานหลักไม่ใช่แค่การเขียนโค้ดแต่เป็นการแก้ไขปัญหาในรูปแบบต่าง ๆ ตามสถานการณ์ หากอยากแก้ได้ต้องเริ่มต้นจากการกล้ารับผิดชอบต่อปัญหานั้น ๆ เสียก่อนนั่นเอง
2. Hard Skill
- Software Delivery
- Vision Control
- Clean Code
- API Application Programming Interface
- Automatic Testing
- Code Review
ใครบ้างที่เหมาะกับการเป็นโปรแกรมเมอร์
หากไม่แน่ใจว่าตนเองเหมาะกับการเรียนเขียนโค้ดหรือไม่ ลองไปตรวจสอบดูว่าตนเองมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้หรือเปล่า
- สมาธิสูง การเขียนโปรแกรมจำเป็นต้องใช้สมาธิสูงมากในการเขียนโค้ด แก้ไขปัญหา และอื่น ๆ อีกมากมาย หากขาดสมาธิหรือปราศจากความมุ่งมั่นไปแม้แต่น้อยอาจทำให้งานออกมาไม่มีคุณภาพหรือสำเร็จลุล่วงตามที่ต้องการ
- มีความละเอียดถี่ถ้วน การเขียนโค้ดลงบนคอมพิวเตอร์จำเป็นต้องทำอย่างถูกต้องผิดแม้แต่ตัวเดียวก็ไม่ได้ คนที่เหมาะสำหรับการเรียนเขียนโปรแกรมจึงควรมีความละเอียดถี่ถ้วน เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจตามมาในภายหลังและทำให้ต้องแก้ไขซ้ำซ้อน
- รักการเรียนรู้ แม้การเขียนโปรแกรมจะมีพื้นฐานที่สามารถเรียนรู้และนำไปประยุกต์ใช้ได้เลยทันที แต่เมื่อเวลาผ่านไปเทคโนโลยีและองค์ประกอบต่าง ๆ รวมถึงความต้องการอาจเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีทักษะในการเรียนรู้เพื่อพัฒนาสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ให้ดียิ่งขึ้น
- มีความสนใจเกี่ยวกับการเขียนโปรแกรม เพราะการเขียนโปรแกรมจำเป็นต้องอาศัยความมุ่งมั่นและมีความสนใจด้านนี้จริง ๆ จึงจะเรียนได้สำเร็จ
สรุปได้ว่าเขียนโปรแกรมสามารถทำงานได้หลายอาชีพ ทั้งงานสายตรง งานด้านการทำโปรแกรม แอปพลิเคชัน หรืองานสายวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ และหากยังคงมีความลังเลอยู่ตัดสินใจไม่ยากเลยแค่ดูจากความชอบและความต้องการของตัวเองเป็นหลัก ที่เหลือจะยากแค่ไหนหรือมีความซับซ้อนเพียงใดเชื่อว่ายังไงก็ผ่านไปได้
